บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซียไซรัส
ปี 2555 เงินบาทแข็งค่ามากสุดเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย 1.4% YTD รองจากริงกิตมาเลเซียที่แข็งค่ามากสุด 1.8% YTD ขณะที่ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียแข็งค่าขึ้นเฉลี่ย 0.8% YTD
(+) ค่าเงินบาทที่แข็งค่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่นำเข้าวัตถุดิบจากตปท.เช่น TVO, BJC, HMPRO, THAI, AAV, กลุ่มเหล็ก (BSBM, TSTH, SSI), กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, DTAC, TRUE, AIT, JAS, SAMTEL)
(-) เป็นลบต่อผู้ที่มีรายได้เป็นดอลลาร์เช่น กลุ่มอิเล็คทรอนิกส์ทั้งหมด,กลุ่มอาหารส่งออก (TUF, CPF, GFPT, CFRESH, TIPCO), KSL, STA, SITHAI, กลุ่มโรงแรม, กลุ่มโรงพยาบาล (BGH, BCH), THCOM และเป็นกลางกับกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีเพราะแม้มีรายได้เป็นดอลลาร์แต่ก็มีหนี้เงินกู้เป็นดอลลาร์ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ขณะที่กลุ่มที่ไม่ถูกกระทบคือกลุ่มบ้าน นิคมฯ และรับเหมาก่อสร้าง
รายละเอียดอื่น (ลิงก์)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Tips แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Tips แสดงบทความทั้งหมด
1/15/2556
ตัวอย่างการวิเคราะห์ธุรกิจโรงพยาบาลเกี่ยวกับ 5 force model
1. Threat of New Entrants ”LOW”
ถ้าคุณมีเงิน พันล้านแล้วอยากเปิดโรงพยาบาลคุณสามารถเปิดได้เลยไหม? คำตอบคือไม่ได้ นั้นเป็นเพราะว่าจะมีกฎระเบียบจากทางรัฐบาล ซึ่งอยู่ๆถ้าอยากเปิดคุณไม่สามารถเปิดได้ และการเปิดโรงพยาบาลนั้นต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพหรือหมอนั้นเอง ซึ่งมีจำนวนอยู่น้อยยิ่งในต่างจัดหวังยิ่งไม่พอ ดังนั้นต้องบอกว่าธุรกิจนี้นั้นมีภัยคุกคามจากnew entrantsน้อยมากๆ นับเป็นข้อดีให้กับโรงพยาบาลต่างๆที่เปิดทำการอยู่แล้ว
2. Threat of Substitute Product ”LOW”
สินค้าทดแทนสำหรับโรงพยาบาล ก็คือคลีนิคทั่วๆไปซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบเฉพาะทางเช่นคลินิกหมอฟัน,คลินิ คความงาม ซึ่งนับว่าไม่ส่งผลกับรายได้ของทางโรงพยาบาลมากนัก ถ้าเกิดคุณเป็นโรคต่างๆขึ้นมาคุณก็คงจะเลือกไปโรงพยาบาลมากกว่าที่มีเครื่อง มือและหมอเฉพาะทางต่างๆมากมาย
3. Bargaining Power of Buyer ”LOW”
ลองนึกถึงเวลาคุณป่วยแล้วไป โรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายแต่ล่ะครั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับว่าคุณหมอสามารถวินิจฉัยโรคอะไรได้ บ้าง ถ้าหมอวินิจฉัยได้หลายโรค สั่งให้เราไปX-RAYหรือMRI เราก็ต้องไปทำ และผลก็คือค่าใช้จ่ายที่แพงและคุณไม่สามารถต่อรองราคาได้ ถ้าหมอจ่ายยาให้เรา3ชนิดเราก็ต้องจ่ายทั้ง3ชนิด ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่ ถ้าคุณป่วยคุณก็ต้องมารักษาหรือบางทีช่วงที่เศรษฐกิจแย่ๆคนจะเป็นโรคเครียด และสุขภาพจะแย่กว่าเดิม ส่งผลดีต่อรายได้ของโรงพยาบาล และธุรกิจนี้ถือว่าสามารถสร้างLoyalty Customerได้ง่าย เพราะเวลาคุณไปรักษาจะมีบันทึกการรักษาไว้ และหมอจะนัดคุณมาอีกในครั้งต่อๆไป ขอสรุปว่าในธุรกิจนี้นั้นลูกค้าแทบไม่มีอำนาจในการต่อรองใดๆทั้งสิ้น ซึ่งส่งผลดีกับโรงพยาบาลมาก
4. supplier power “Medium to High”
จุดนี้ค่อนข้างซับซ้อน ขอพูดถึง ยาและเครื่องมือทางการแพทย์ ก่อน ซึ่งถ้าบริษัทยาสามารถคิดค้นยาใหม่ๆได้และนำไปจดสิทธิบัตร จะถือว่าบริษัทยามีอำนาจในการต่อรองเหนือโรงพยาบาลและสามารถเรียกราคาแพงๆ ได้ถ้าตัวยานั้นๆมีประสิทธิภาพดีจริงๆและโรงพยาบาลไม่สามารถหาสินค้าทดแทน ได้ ในทางกลับกันถ้าสิทธิบัตรหมดอายุ และบริษัทยาอื่นๆสามารถผลิตได้เช่นกัน โรงพยาบาลจะมีอำนาจในการต่อรองสูงกว่าบริษัทยาขึ้นมาทันที ต่อไปเกี่ยวกับเรื่องบุคลกร หรือ คุณหมอ ซึ่งทุกๆท่านน่าจะรู้กันดีว่าอาชีพนี้ได้เงินเดือนสูงมาก เพราะอะไร? เพราะจำนวนของหมอนั้นถือว่ามีน้อยอยู่ จึงทำให้มีอำนาจในการต่อรองเงินเดือนกับโรงพยาบาล ยิ่งถ้าเป็นหมอเก่งๆมีชื่อเสียง ที่สามารถเรียกลูกค้าเข้ามารักษาได้คิวยาวตลอดปี อำนาจในการต่อรองของโรงพยาบาลจะต่ำมากๆ จุดอ่อนเดียวของโรงพยาบาลก็คงเป็นเป็นเรื่องนี้
5. competitive rivalry “Low to Medium”
โดยส่วนใหญ่ใน1ชุมชนจะมีโรงพยาบาลเปิดได้ 1-2ที่ ดังนั้นผู้คนในชุมชนนั้นๆจะไม่มีทางเลือกมากนัก ถ้าป่วยแบบฉุกเฉินจริงๆก็ต้องไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดที่มีอยู่แห่งเดียว นั้นเอง ยิ่งไปกว่านั้นโดยส่วนใหญ่ทุกโรงพยาบาลจะมีการรักษาและราคาที่คล้ายๆกัน ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมากนัก ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาเรื่อง”price war”ในธุรกิจนี้(มีแต่จะขึ้นราคาค่ารักษา) แต่การแข่งขันในธุรกิจนี้ในตัวเมืองอาจจะสูงกว่าในต่างจัดหวัด ซึ่งเป็นเพราะในตัวเมืองมีโรงพยาบาลหลายแห่งเปิดอยู่แต่ถ้าในต่างจัดหวัดบาง ที่จะมีโรงพยาบาลแห่งเดียวเท่านั้น
SUMMARY
สรุปโดยรวมแล้วต้องบอกว่าเป็นธุรกิจที่ดีมากๆ โดยจุดอ่อนข้อเดียวคือข้อที่4เรื่องบุคลากร อีกทั้งหลายๆประเทศในโลกและประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงสังคมผู้สูงอายุที่จะ มีโรคภัยต่างๆมากกว่าวัยหนุ่มและทำให้เข้าโรงพยาบาลบ่อยกว่าเดิม ดังนั้นหุ้นโรงพยาบาลนั้นเป็นทั่งDefensive&Growth Stockในตัวเดียวกันหมายความว่าdownsideจำกัดupsideในระยะยาวมีเยอะ ถ้าใครยังไม่มีอยู่ในพอร์ตลองหาซักตัวมาลงทุน เพราะวันนี้คุณเห็นว่าราคาแพง แต่วันหน้ามันอาจจะโคตรแพง
The Youngblood Way (ลิงก์)
ถ้าคุณมีเงิน พันล้านแล้วอยากเปิดโรงพยาบาลคุณสามารถเปิดได้เลยไหม? คำตอบคือไม่ได้ นั้นเป็นเพราะว่าจะมีกฎระเบียบจากทางรัฐบาล ซึ่งอยู่ๆถ้าอยากเปิดคุณไม่สามารถเปิดได้ และการเปิดโรงพยาบาลนั้นต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพหรือหมอนั้นเอง ซึ่งมีจำนวนอยู่น้อยยิ่งในต่างจัดหวังยิ่งไม่พอ ดังนั้นต้องบอกว่าธุรกิจนี้นั้นมีภัยคุกคามจากnew entrantsน้อยมากๆ นับเป็นข้อดีให้กับโรงพยาบาลต่างๆที่เปิดทำการอยู่แล้ว
2. Threat of Substitute Product ”LOW”
สินค้าทดแทนสำหรับโรงพยาบาล ก็คือคลีนิคทั่วๆไปซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบเฉพาะทางเช่นคลินิกหมอฟัน,คลินิ คความงาม ซึ่งนับว่าไม่ส่งผลกับรายได้ของทางโรงพยาบาลมากนัก ถ้าเกิดคุณเป็นโรคต่างๆขึ้นมาคุณก็คงจะเลือกไปโรงพยาบาลมากกว่าที่มีเครื่อง มือและหมอเฉพาะทางต่างๆมากมาย
3. Bargaining Power of Buyer ”LOW”
ลองนึกถึงเวลาคุณป่วยแล้วไป โรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายแต่ล่ะครั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับว่าคุณหมอสามารถวินิจฉัยโรคอะไรได้ บ้าง ถ้าหมอวินิจฉัยได้หลายโรค สั่งให้เราไปX-RAYหรือMRI เราก็ต้องไปทำ และผลก็คือค่าใช้จ่ายที่แพงและคุณไม่สามารถต่อรองราคาได้ ถ้าหมอจ่ายยาให้เรา3ชนิดเราก็ต้องจ่ายทั้ง3ชนิด ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่ ถ้าคุณป่วยคุณก็ต้องมารักษาหรือบางทีช่วงที่เศรษฐกิจแย่ๆคนจะเป็นโรคเครียด และสุขภาพจะแย่กว่าเดิม ส่งผลดีต่อรายได้ของโรงพยาบาล และธุรกิจนี้ถือว่าสามารถสร้างLoyalty Customerได้ง่าย เพราะเวลาคุณไปรักษาจะมีบันทึกการรักษาไว้ และหมอจะนัดคุณมาอีกในครั้งต่อๆไป ขอสรุปว่าในธุรกิจนี้นั้นลูกค้าแทบไม่มีอำนาจในการต่อรองใดๆทั้งสิ้น ซึ่งส่งผลดีกับโรงพยาบาลมาก
4. supplier power “Medium to High”
จุดนี้ค่อนข้างซับซ้อน ขอพูดถึง ยาและเครื่องมือทางการแพทย์ ก่อน ซึ่งถ้าบริษัทยาสามารถคิดค้นยาใหม่ๆได้และนำไปจดสิทธิบัตร จะถือว่าบริษัทยามีอำนาจในการต่อรองเหนือโรงพยาบาลและสามารถเรียกราคาแพงๆ ได้ถ้าตัวยานั้นๆมีประสิทธิภาพดีจริงๆและโรงพยาบาลไม่สามารถหาสินค้าทดแทน ได้ ในทางกลับกันถ้าสิทธิบัตรหมดอายุ และบริษัทยาอื่นๆสามารถผลิตได้เช่นกัน โรงพยาบาลจะมีอำนาจในการต่อรองสูงกว่าบริษัทยาขึ้นมาทันที ต่อไปเกี่ยวกับเรื่องบุคลกร หรือ คุณหมอ ซึ่งทุกๆท่านน่าจะรู้กันดีว่าอาชีพนี้ได้เงินเดือนสูงมาก เพราะอะไร? เพราะจำนวนของหมอนั้นถือว่ามีน้อยอยู่ จึงทำให้มีอำนาจในการต่อรองเงินเดือนกับโรงพยาบาล ยิ่งถ้าเป็นหมอเก่งๆมีชื่อเสียง ที่สามารถเรียกลูกค้าเข้ามารักษาได้คิวยาวตลอดปี อำนาจในการต่อรองของโรงพยาบาลจะต่ำมากๆ จุดอ่อนเดียวของโรงพยาบาลก็คงเป็นเป็นเรื่องนี้
5. competitive rivalry “Low to Medium”
โดยส่วนใหญ่ใน1ชุมชนจะมีโรงพยาบาลเปิดได้ 1-2ที่ ดังนั้นผู้คนในชุมชนนั้นๆจะไม่มีทางเลือกมากนัก ถ้าป่วยแบบฉุกเฉินจริงๆก็ต้องไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดที่มีอยู่แห่งเดียว นั้นเอง ยิ่งไปกว่านั้นโดยส่วนใหญ่ทุกโรงพยาบาลจะมีการรักษาและราคาที่คล้ายๆกัน ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมากนัก ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาเรื่อง”price war”ในธุรกิจนี้(มีแต่จะขึ้นราคาค่ารักษา) แต่การแข่งขันในธุรกิจนี้ในตัวเมืองอาจจะสูงกว่าในต่างจัดหวัด ซึ่งเป็นเพราะในตัวเมืองมีโรงพยาบาลหลายแห่งเปิดอยู่แต่ถ้าในต่างจัดหวัดบาง ที่จะมีโรงพยาบาลแห่งเดียวเท่านั้น
SUMMARY
สรุปโดยรวมแล้วต้องบอกว่าเป็นธุรกิจที่ดีมากๆ โดยจุดอ่อนข้อเดียวคือข้อที่4เรื่องบุคลากร อีกทั้งหลายๆประเทศในโลกและประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงสังคมผู้สูงอายุที่จะ มีโรคภัยต่างๆมากกว่าวัยหนุ่มและทำให้เข้าโรงพยาบาลบ่อยกว่าเดิม ดังนั้นหุ้นโรงพยาบาลนั้นเป็นทั่งDefensive&Growth Stockในตัวเดียวกันหมายความว่าdownsideจำกัดupsideในระยะยาวมีเยอะ ถ้าใครยังไม่มีอยู่ในพอร์ตลองหาซักตัวมาลงทุน เพราะวันนี้คุณเห็นว่าราคาแพง แต่วันหน้ามันอาจจะโคตรแพง
The Youngblood Way (ลิงก์)
1/06/2556
มาร์จิ้นอุปกรณ์ส่วนเสริมของมือถือ
แบตสำรอง 10-20%
เคสมือถือ 30-50%
เคสมือถือ 30-50%
พวกของจุกจิก สายห้อย จุกหูฟัง 50-100%
ฟิล์ม 100-200%
มือถือ ร้านส่ง 2-7% (เจมาร์ท 10-11%)
ขอบคุณ Papayatop
มือถือ ร้านส่ง 2-7% (เจมาร์ท 10-11%)
ขอบคุณ Papayatop
12/30/2555
คำถามจาก Warren Buffett ถึงผู้บริหาร
วอร์เรนจะไปพูดคุยกับลูกค้าของบริษัท ซัพพลายเออร์ของบริษัท และพนักงานเก่า คือ ทุกคน ทุกที่
ถ้าเขาสนใจในธุรกิจเหมืองเขาก็จะไปดูบริษัทเหมืองทุกๆ ที่ คำถามที่วอร์เรนคุยกับซีอีโอ
1. ถ้าคุณจะซื้อสต๊อกของบริษัทเหมืองบริษัทอื่นที่ไม่ใช่คุณ คุณคิดว่าใครน่าสนใจ? ทำไมครับ?
2. แล้วคู่แข่งล่ะ ถ้าคุณมีปืนอยู่ในมือและคุณยิงใครทิ้งก็ได้โดยไม่ผิดกฎหมายคุณอยากซัดใคร? ทำไม?
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)