หน้าแรก

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2556 year แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2556 year แสดงบทความทั้งหมด

1/14/2556

ธุรกิจเด่นปี 2556 จาก ม.หอการค้าไทย

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (ลิงค์)
วิเคราะห์ 10 อันดับธุรกิจเด่นในปี 2556 (คะแนนเต็ม 100)
อันดับ 1 ธุรกิจทางการแพทย์และความงาม ได้คะแนน 91.4
อันดับ 2 ธุรกิจด้านเทคโนโลยีสื่อสาร 89.2 คะแนน
อันดับ 3 ธุรกิจด้านสื่อโทรทัศน์  88.2 คะแนน
อันดับ 4 ธุรกิจสถานีบริการและจำหน่ายน้ำมัน แก๊ส NGV และ LPG ที่ 88.0 คะแนน
อันดับ 5 ธุรกิจพลังงานและพลังงานทดแทน 87.4 คะแนน
อันดับ 6 ธุรกิจด้านอาหาร 87.2 คะแนน
อันดับ 7 ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่  87.0 คะแนน
อันดับ 8 ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจด้านการศึกษา มีคะแนนเท่ากันที่ 86.4
อันดับ 9 สถาบันการเงิน ธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง มีคะแนนเท่ากันที่ 86.2
อันดับ 10 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจด้านโลจิสติกส์ มีคะแนนเท่ากัน 85.2 คะแนน

1/13/2556

ธุรกิจโดดเด่นปี 2556

1.อุตสาหกรรมรถยนต์ไทย
2.ธุรกิจเทคโนโลยีสื่อสารและโทรคมนาคม
3.ธุรกิจทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีแข่งขันและเป็นจุดเปลี่ยนฟรีทีวี
4.อุตสาหกรรมก่อสร้าง
5.ธุรกิจขนส่งจะเติบโตได้ดี
6.ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน - ธุรกิจนี้เด่นทุกปีครับ ควรมีติดพอร์ตไว้ 1 ตัวสำหรับลงทุนระยะยาว
7.ยางพาราทิศทางราคาจะปรับตัวสูงขึ้น

โพสต์ทูเดย์
รายละเอียดฉบับเต็ม (ลิงก์)

1/12/2556

คาดการณ์ยอดขายสมาร์ทโฟนปี 2556 ในไทย

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย 8.1 ล้านเครื่องรองรับ 3G (รูปภาพ)
  • บริษัท IDC (ประเทศไทย) 10 ล้านเครื่องสมาร์ทโฟน (ลิงก์)
  • กรุงเทพธุรกิจ 12 ล้านเครื่องสมาร์ทโฟน (ลิงก์)

1/03/2556

เศรษฐกิจไทย ปี 2556 โดย วีรพงษ์ รามางกูร

เรื่องที่ทำให้เศรษฐกิจดี

เรื่องแรก : ราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลง
   สหรัฐอเมริกามีเทคโนโลยีใหม่ที่จะระเบิดชั้นหินดินดานลึก ลงไปใต้ดินถึงกว่า 2 กม. แล้วอัดน้ำลงไปเอาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขึ้นมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้เป็นผลสำเร็จ และสามารถนำมาใช้ทดแทนการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางมากขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณการผลิตจะแซงหน้าประเทศซาอุดีอาระเบียได้ในปี 2556 และอาจจะกลายเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบในอนาคตข้างหน้า

   บัดนี้เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมแล้ว เพราะซาอุดีอาระเบียได้ประกาศลดการผลิตของตนลงวันละ 1 ล้านบาร์เรล เมื่อเป็นเช่นนี้สัญญาณก็ค่อนข้างชัดว่าราคาน้ำมันน่าจะมีแนวโน้มลดลง การที่สหรัฐอเมริกาเริ่มบอกขายก๊าซธรรมชาติระยะยาวให้กับประเทศที่ทำสัญญา เขตการค้าเสรีกับอเมริกาและประเทศที่เป็นพันธมิตรที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ก็น่าจะเป็นข่าวดีกับประเทศของเรา เพราะค่าเงินดอลลาร์น่าจะแข็งขึ้น ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยทางการของธนาคารกลางประกาศว่าจะคงที่ ซึ่งอาจถึง 0.25 เปอร์เซ็นต์ไปอีก 2 ปี

เรื่องสอง การลงทุนจากญี่ปุ่น
- ญี่ปุ่นมีปัญหาจะต้องปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศทั้งหมดใน 18 ปีข้างหน้าและต้องหันกลับมาใช้พลังงานธรรมดา ซึ่งน่าจะทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของญี่ปุ่นคงต้องสูงขึ้นอย่างมาก สร้างความหวั่นไหวให้กับภาคเอกชนของญี่ปุ่น
- ปัญหาความขัดแย้งเรื่องเกาะเซนกากุ หรือที่จีนเรียกว่าเกาะเตียวหยู เป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้ง อันมีรากฐานมาจากความเป็นชาตินิยมของทั้งสองฝ่าย

ทั้งสองปัจจัยเป็นสาเหตุให้ภาคเอกชนญี่ปุ่นหาทางโยกย้ายอุตสาหกรรมออกจาก ญี่ปุ่นและจีน ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสดีของประเทศไทย ถ้าเราเร่งปรับปรุงพัฒนาถนนหนทาง ท่าเรือน้ำลึก สนามบินโดยเร็ว เพื่อรองรับโอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้น

เรื่องสาม จีนขยายเศรษฐกิจ ไทยได้ประโยชน์
   ผู้ที่จะได้ประโยชน์จากการที่เศรษฐกิจของจีนยังเดินหน้าต่อไปทั้งๆ ที่ค่าจ้างแรงงานสูงขึ้นอย่างมาก ขณะนี้สูงกว่าประเทศของเราแล้ว ก็น่าจะเป็นประเทศในกลุ่มอาเซียนเก่า โดยเฉพาะประเทศไทยคงเป็นประเทศที่น่าจะได้เปรียบที่สุด เพราะที่ตั้งของประเทศอยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ไม่ต้องลงทะเลอย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

เรื่องสี่ พม่าเปิดประเทศ ไทยได้ประโยชน์
   การเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่ของประเทศเมียนมาร์ จะพาประเทศก้าวไปสู่ประชาธิปไตย จะพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศก็คงไม่หนีประเทศไทยที่น่าจะได้รับประโยชน์ร่วมกับประชาชนชาวพม่า ในฐานะที่เป็นประเทศที่มีเงินทุน มีทรัพยากรมนุษย์ มีที่ตั้งเป็นประตูไปสู่พม่า รวมทั้งความสัมพันธ์ทางการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน


เรื่องห้า รถไฟฟ้าความเร็วสูง
   ยุทธศาสตร์การพัฒนาของภูมิภาค ซึ่งในระยะข้างหน้านี้เน้นในเรื่องการเชื่อมโยงภายในภูมิภาค หรือที่เรียกกันว่า "Connectivity" โดยมีจีนและญี่ปุ่น ซึ่งมีเงินทุนและเครือข่ายการตลาดที่เข้มแข็งกระจายไปทั่วโลก เป็นหัวเรือใหญ่ที่จะทะลุเชื่อมโยงปักกิ่ง เฉิงตู คุนหมิง เวียงจันทน์ กรุงเทพฯ กัวลาลัมเปอร์ ไปถึงสิงคโปร์

   ขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็ผลักดัน การเชื่อมโยงทะเลจีนใต้กับทะเลอันดามัน เพราะช่องแคบมะละกาที่ดูเหมือนกว้าง แต่ร่องน้ำสำหรับเดินเรือแคบนิดเดียว ไม่กี่ไมล์ทะเล เรือเดินสมุทรต้องรอคิวผ่าน 2-3 วัน และนับวันจะมีการจราจรคับคั่งยิ่งขึ้น ญี่ปุ่นผลักดันให้เปิดท่าเรือน้ำลึกที่เมืองทวาย แล้วมีทางด่วน ทางรถไฟทั้งธรรมดาและรถไฟความเร็วสูง ระยะแรกเชื่อมท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดกับแหลมฉบังเข้ากับท่าเรือที่เมืองทวาย เปิดประตูสู่พม่า บังกลาเทศ และอินเดีย

   ยุทธศาสตร์เชื่อมโยง เหนือ-ใต้ และตะวันออก-ตะวันตกมาพบกันที่ประเทศไทยของเรา รัฐบาลไทยขานรับในขณะที่เราสะสมเงินออมมานานกว่า 15 ปี เอกชนไทยเข้มแข็งพอสมควร โอกาสอย่างนี้เพิ่งเกิดในระยะ 5-6 ปีที่แล้ว เรามัวแต่ยุ่งๆ อยู่กับการไล่ล่ากัน จึงไม่มีใครคิดถึง

เรื่องหก นักท่องเที่ยวจากจีนเยอะขึ้น
   เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด เมื่อคราวเกิดน้ำท่วมใหญ่ เริ่มจากการท่องเที่ยวฟื้นตัวก่อนเพราะกองทัพนักท่องเที่ยวจีน ทะลักเข้ามาแทนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกาเป็นจำนวนมาก เพราะเศรษฐกิจเขายังไม่ชะลอตัวอย่างที่คิด ยิ่งจีนกับญี่ปุ่นมีความตึงเครียดทางการเมือง นักท่องเที่ยวก็หันมาประเทศอาเซียนมากขึ้น และในบรรดาอาเซียน ประเทศไทยก็เป็นศูนย์กลางที่จะต่อไปนครวัด ไปย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ ไปเวียงจันทน์ หลวงพระบาง ไปเวียดนาม ทั้งฮานอย และไซ่ง่อน

 เรื่องที่เป็นตัวถ่วงและปัญหา
เรื่องแรก
   เรื่องการเมืองที่ทะเลาะกันไม่เลิก การใช้กำลังทหารปฏิวัติยึดอำนาจ

เรื่องสอง
   การทะลักเข้ามาของเงินทุนระยะสั้น หรือที่เรียกว่า "hot money" จะรุนแรงขึ้น ถ้าความแตกต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินบาทกับดอกเบี้ยเงินดอลลาร์ยังจะสูงอยู่ อย่างนี้ เพราะความกลัว "เงินเฟ้อ" ซึ่งไม่น่าจะมีจนเกินไปของทางการ เงินบาทอาจจะแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเศรษฐกิจทั้งระบบปรับตัวไม่ทัน โอกาสที่พูดมาทั้งหลายก็อาจจะไม่เกิด

รายละเอียดฉบับเต็มที่ prachachat.net

1/01/2556

เงินประเทศไทยสิ้นปี 2555


ข้อมูลนี่ได้จากการที่คุณพันศักดิ์พูดคุยกับผู้ว่าแบงค์ชาติ 
เงินสำรองสกุลเงินต่างประเทศ 750,000 ล้านเหรียญ ถ้ารวม forward position ซื้อขายล่วงหน้า (เพื่ออุ้มเงินบาทไม่ให้แข็งตัว) มีเงินสำรองทั้งหมด 1 ล้านล้านดอลล่าร์ และประเทศมีเงินฝากในระบบธนาคาร 8 ล้านล้านบาท ปล่อยกู้ 7ล้านล้านบาท เหลือ 1 ล้านล้านบาทไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล

ปล. เงินถูกสะสมมาเป็นระยะเวลา 15ปี (ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง) จากผู้ว่าการแบงค์ชาติในรายการสยามวาระ

ที่มา:  รายการ Wake Up Thailand ของ Voice TV สัมภาษณ์คุณพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายของรัฐบาล (ลิงก์)