หน้าแรก

9/14/2557

CPN แผนลงทุนใน 5 ปี (2556-2560) ขยายธุรกิจศูนย์การค้าในภูมิภาคอาเซียน



  • แผนลงทุน 5 ปี (2556-2560) ขยายธุรกิจศูนย์การค้าในภูมิภาคอาเซียน
  • เปิดตัวศูนย์การค้า 2-3 สาขาที่มาเลเซีย แต่ละสาขาจะใช้งบลงทุนอยู่ที่ 4,000-5,000 ล้านบาท
  • หลังจากได้เข้าไปศึกษาตลาดในอาเซียน มี 3 ประเทศคือ มาเลเซีย อินโดฯ เวียดนาม ที่มีศักยภาพและแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตดี บริษัทมีแผนเปิดประเทศละกว่า 10 สาขา
  • ทั้ง 3 ประเทศมีประชากรมาก มาเลเซีย 29 ล้านคน อินโดฯ 300 ล้านคน เวียดนาม 90 ล้านคน บริษัทเน้นขยายใน 3 ประเทศนี้เป็นหลัก
ที่มา: เปิดลายแทง"ค้าปลีกไทย" เทแสนล้าน"เมืองช็อปปิ้ง"

9/07/2557

บันทึกกราฟ SET เปิดต้นปี 2014 ที่ 1215.86 จุด

  • กราฟเปิดต้นปี 2014 ที่ 1215.86 จุด
  • ผ่านครึ่งปีไต่ระดับขึ้นไปอยู่ที่ 1485.75 จุด วันที่ 30/06/2014 
  • เวลา 6 เดือน SET ขึ้นมาถึง 18.17%
  • ทดสอบ 1,500 จุด วันที่ 4/07/2014
  • ตลาดตอนนี้ดูดี แนวโน้มเป็นขาขึ้น รอบนี้อาจมีสิทธิทดสอบที่ High เดิมคือ 1,649 จุด

6/17/2557

[ธันวา 56] สถิติจำนวนประชากรและบ้านในกรุงเทพมหานคร


รายละเอียดข้อมูลสถิติจำนวนประชากรและบ้านในกรุงเทพมหานคร จำแนกตามรายแขวงและเขต ณ เดือน ธันวาคม 2556 http://203.155.220.230/info/esp/population_Dec56.htm

แหล่งข้อมูล :   
- สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
- สำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร
: พื้นที่เขตการปกครอง [กม.2]

11/24/2556

สถิติท่องเที่ยวเดือนตุลาปี 56

สรุปสถิติการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศเดือนตุลาปี 56
  • เดือนตุลาคมปี 56 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน 2,065,518 คน เพิ่มขึ้น 264,371 คน
    หรือคิดเป็น 14.16% yoy 
  • ภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุด คือ ตะวันออกกลาง (+29.83%)
  • นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดือนตุลา 56 สูงสุด 5 อันดับแรก
    1. จีน (309,497 คน)
    2. มาเลเซีย (241,072 คน)
    3. รัสเซีย (137,593 คน)
    4. ญี่ปุ่น (115,291 คน)
    5. เกาหลี (109,916 คน)
สถิตินักท่องเที่ยว2013

สถิติท่องเที่ยวเดือนกันยาปี 56

สรุปสถิติการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศเดือนกันยาปี 56
  • เดือนกันยายนปี 56 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน 2,056,405 คน เพิ่มขึ้น 444,651 คน
    หรือคิดเป็น 27.59% yoy 
  • ภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุด คือ เอเชียตะวันออก (+38.52%)
  • นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดือนกันยา 56 สูงสุด 5 อันดับแรก
    1. จีน (471,356 คน)
    2. มาเลเซีย (217,129 คน)
    3. ญี่ปุ่น (135,653 คน)
    4. ลาว (100,506 คน)
    5. เกาหลี (96,608 คน)
สถิตินักท่องเที่ยว2013

10/20/2556

เทคนิคบางประการในการดูงบการเงิน

ในเรื่องของการอ่านงบการเงิน เพื่อหาความผิดปกติหรือสัญญาณว่า จะมีการตกแต่งงบการเงินหรือไม่ ในส่วนของ งบดุลและงบกระแสเงินสด ซึ่งในส่วนของงบดุลนั้น จะสามารถให้ข้อมูลได้ทั้งในกรณีการตกแต่งผลกำไรและการใช้จ่ายเงินที่ไม่ เหมาะสม
ในกรณีของการตกแต่งกำไรนั้นจะเป็นผลมาจาก การสร้างรายได้เกินจริงหรือการชะลอค่าใช้จ่าย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะมีผลต่องบดุลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเราก็สามารถหาความผิดปกติได้ดังนี้

• การสร้างรายได้เกินจริง
จะสังเกตได้จากยอดลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ เช่น ในอดีตลูกหนี้การค้าอยู่ที่ประมาณ 10% ของยอดขายแต่ได้เพิ่มขึ้นเป็น 30% เป็นต้น โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นแทบจะทั้งหมดเพิ่มมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น สาเหตุเป็นเพราะยอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้น ไม่มีการชำระราคากันจริง

• การชะลอค่าใช้จ่าย
จะสังเกตได้จากหลายรายการในงบดุล เริ่มต้นจาก รายการค่าใช้จ่ายล่วงหน้า รายการสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน หากรายการเหล่านี้ เพิ่มขึ้นอย่างมากก็ควรจะพิจารณาดูว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะค่าใช้จ่ายสำหรับรายการเหล่านี้อาจต้องตัดเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่บริษัทได้ชะลอการตัดเป็นค่าใช้จ่ายจึงตั้งเป็นทรัพย์สินไว้ก่อน อีกรายการหนึ่งที่ควรดูก็คือ สินค้าคงคลัง เพราะมีกรณีที่สินค้าของบริษัทล้าสมัย หรือมีข้อบกพร่องจนไม่สามารถขายได้ แต่บริษัทอาจไม่ยอมตัดเป็นค่าใช้จ่าย และอีกกรณีหนึ่งคือ การตั้งสำรองหนี้สูญที่ต่ำเกินไป อาจต้องดูนโยบายและสถิติในอดีตประกอบกันไป

สำหรับกรณีของการใช้จ่ายเงิน ที่ไม่เหมาะสมนั้นงบดุลก็สามารถให้ข้อมูลความผิดปกติได้เช่นกัน โดยทั่วไปการใช้จ่ายเงินที่ไม่เหมาะสมจะเกิดจากการที่ผู้บริหารพยายามที่จะ โยกย้ายทรัพย์สินออกจากบริษัท ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปเงินสดหรือทรัพย์สินถาวรก็ได้ สิ่งที่อาจพบได้ในงบสำหรับกรณีของการโยกย้ายเงินสดได้แก่ รายการให้กู้ยืมแก่ผู้บริหารหรือกรรมการ หรืออาจอยู่ในรูปของการซื้อทรัพย์สินถาวร จากผู้บริหารและกรรมการในราคาสูงกว่าราคาตลาดมาก และในบางกรณีอาจถึงขั้นที่มีการจ่ายเงินค่าทรัพย์สินแต่ไม่ได้รับโอน ทรัพย์สินเหล่านั้นมาให้บริษัทอย่างถูกต้อง ส่วนของการโยกย้ายทรัพย์สิน ก็อาจอยู่ในรูปของการขายทรัพย์สินถาวรของบริษัทให้กับผู้บริหารหรือกรรมการ ในราคาที่​ต่ำกว่าราคาตลาดมาก สำหรับผู้อ่านหากเห็นทรัพย์สินถาวรของบริษัท เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมาก ขอแนะนำให้อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากหมายเหตุประกอบงบว่า ทรัพย์สินถาวรเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงเพราะเหตุใด และเป็นประโยชน์จริงต่อการทำธุรกิจหรือไม่

งบสุดท้ายที่จะแนะนำให้พิจารณาเพื่อหาสัญญาณความผิดปกติก็คือ งบกระแสเงินสด หากบริษัทแสดงผลกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมากแต่กระแสเงินสดจากการปฏิบัติงานกลับ ติดลบ ก็เริ่มเป็นสัญญาณที่ไม่ดี ต้องดูในรายละเอียดต่อว่า กระแสเงินสดที่ติดลบนั้นมาจากอะไร เช่นอาจเป็นเพราะลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก หรือในส่วนของกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนก็จะบอกให้ผู้อ่านงบทราบได้ว่า ในรอบบัญชีที่ผ่านมาบริษัทมีการซื้อหรือจำหน่ายทรัพย์สินถาวรหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน จากลักษณะของข้อมูลที่ได้จากงบกระแสเงินสดจึงทำให้ผู้อ่านบางท่านเริ่มการ พิจารณางบก​ารเงินจากงบกระแสเงินสดก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงเข้าไปดูรายละเอียดต่อในงบดุลและงบกำไรขาดทุน ทั้งนี้ การจะเริ่มจากงบฉบับใดก่อนนั้น ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละท่าน ไม่มีลำดับก่อนหลังตายตัว

โดย ญาณศักดิ์ มโนมัยพิบูลย์ [1-9-2005]
http://www.businessthai.co.th