หน้าแรก

1/14/2561

ใครคือ Satoshi nakamoto?

ใครคือ Satoshi nakamoto?

บุคคลที่ใกล้ชิดกับ Satoshi ที่สุดมี 3 คน ผู้ซึ่งอยู่ในกลุ่ม คือ 

1. Hal Finney เป็นผู้ใช้งานระบบ Bitcoin คนที่สองต่อจาก Satoshi และมีการ tweet ว่า "Running bitcoin" วันที่ 11 Jan 2009 ขุดสำเร็จ Block ที่ 78 จากนั่นวันต่อมา วันที่ 12 Jan 2009 เกิด transaction แรกขึ้นจากการส่งจาก Satoshi ไป Hal Finney

ใน white paper ของ bitcoin ตัว Satoshi เองเขียนถึงความกังวลเรื่องการ scale ตัว Hal Finney เองก็เคยเขียนเรื่องนี้ลงในเว็บบอร์ดเมื่อวันที่ 30 Dec 2010 ว่า Bitcoin ไม่สามารถ scale ได้ ต้องใช้ secondary level of payment systems แปลว่า Layer 2 ถูกคิดไว้แล้วอย่างช้าสุดก็ปี 2010 

Hal Finney มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ computer scientist และ cryptographer เป็นอย่างมาก แถมมีผลงานสำคัญอย่างการเขียน paper เรื่อง Reusable Proof of Work (RPOW) ในปี 2004 และอีกข้อมูลหนึ่งคือแกดันมีเพื่อนบ้านชื่อ Dorian Nakamoto ด้วยนี่สิ สุดจะบังเอิญ

2. Nick Szabo ผู้คิดค้น "Bit Gold" และได้เผยแพร่ในปี 2005 ซึ่งสร้างขึ้นเป็น prototype ของ digital cash ตาม RPOW ของ Hal Finney

Nick เป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์, นักวิชาการด้านกฎหมาย และและยังเป็นผู้เขียวชาญทางด้านการถอดรหัสด้วย ตัวเขานั่นวิจัยเกี่ยวกับ digital contracts และ digital currency
ตัว Bit Gold ของ Nick นั่นยังไม่เคยถูก implement จริงเลยแต่มันก็ถูกเรียกว่าเป็นต้นแบบของ Bitcoin architecture

3. Adam Back ผู้คิดค้น Hashcash ซึ่งคือระบบ proof-of-work ที่ใช้กับ Bitcoin แกเป็นนัก cryptographer และ crypto-hacker (คนนี้ถือว่าเทพมาก) ปัจจุบันเป็น CEO ของ Blockstream (เป็นผู้ก่อตั้งด้วย) เป็นบริษัทที่เน้นพัฒนาทางด้าน Bitcoin โดยเฉพาะ

<สุดท้าย>
เหตุผลหนึ่งที่ Satoshi nakamoto ไม่เปิดเผยตัวตนเพราะ Hal Finney ได้เขียนเกียวกับกฎของระบบนี้ว่า "Owner is the ememy" (ลิงก์)

หมายเหตุ: Cypherpunks ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1990s โดยมีไอเดียเกี่ยวกับ digital cash ที่มูลค่าไม่ได้ขึ้นกับองค์กรที่ออกเหรียญ

<สนใจอ่านเพิ่มเติมลิงค์ด้านล่าง>

Nick Szabo's theory of collectibles
http://nakamotoinstitute.org/shelling-out/

9/03/2560

บันทึก JMART-W1

กราฟแสดงราคา JMART-W1

  • JMART-W1 เทรดวันแรก 29/02/2012
  • เทรดวันสุดท้าย 29/11/2013 (ขึ้นเครื่องหมาย SP 2-27 ธ.ค. และ delist 28 ธ.ค. 2556)
  • อัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วย : 1 หุ้น
  • ราคาในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ  3 บาท/หุ้น
  • จำนวน 59,999,990 หน่วย 
  • จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 5 หุ้นเดิม ต่อ 1 หน่วย และนักลงทุนที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน 5 หุ้นต่อ 1 หน่วย

8/29/2560

CPN : Company Visit 23/05/2560


สรุป Company Visit บริษัท CPN วันที่ 23/05/2560

• อัตราการเช่าเฉลี่ยตอนเปิดของ Central i-City Malaysia จะอยู่ที่ประมาณ 80-85%
• หลังจากเปลี่ยนกองทุนเป็น REIT แล้วก็จะทำการกู้เลยเพื่อซื้อ Central Pattaya Beach เข้ากองทุน
• Central Pattaya เข้า REIT ราคาขายน่าจะประมาณ 9,000 ลบ. ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ​ 4,000 ลบ. ถ้ารวมโรงแรมด้วยจะอยู่ที่ 13,000-14,000 โดยมีต้นทุนเพิ่มอีก 2,500 ลบ. กำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนจะไม่ Book เป็นก้อนใหญ่ๆเหมือนที่ผ่านมาแล้วแต่จะค่อยๆ Book เป็นกำไรตามสัดส่วนตามจำนวนปีที่ขายเข้ากองทุน
• อัพเดตเพิ่มเติมสำหรับ CPNREIT ข้อมูลจาก Opp Day Q2/2017 ดังภาพนี้


• มองสัดส่วนการกู้ REIT ที่ Optimal ที่ 35% แต่จริงๆแล้วกู้ได้ถึง 70%
• REIT มี Withholding Tax ทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องทำการจ่ายภาษี ซึ่งทาง Central ก็จะใช้การ Leverage ซื้อสินทรัพย์เข้ามาเพิ่ม เพื่อให้ผลตอบแทนของผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ลดลงจากผลของภาษี
• สินทรัพย์ที่จะนำเข้ากองทุนคือสินทรัพย์ที่ Mature แล้วมีอัตรา OCC สูง 95-100%
• ค่าเช่าขึ้นประมาณ​ 5% ต่อปีๆไหนเศรษฐกิจไม่ค่อยดีอาจจะมีการช่วยเหลือโดยให้เป็นส่วนลด 2-3 เดือน
• การขึ้นค่าเช่าขึ้นอยู่กับการทำให้ลูกค้าขายดีด้วย ถ้าขายไม่ดีอาจจะขึ้นค่าเช่าไม่ได้ ตรงนี้ CPN ต้องทำการเลือกผู้เช่าให้ดี
• Turonver rate ของผู้เช่า 5% ส่วนใหญ่เป็นทาง CPN เป็นคนขอเปลี่ยนเอง
• Long term lease ตอนนี้มีสัดส่วน 17% ซึ่งจะทยอยปรับขึ้นค่าเช่าเรื่อยๆ เริ่มปรับเยอะในปี 2019 โดยจะปรับขึ้นค่าเช่าประมาณ 17% ของ Long term lease ทั้งหมด
• การปรับค่าเช่าของ Long term lease จะประขึ้นเพิ่มประมาณ 5 เท่าโดยปัจจุบันค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 300-400 บาทต่อตรม.ขึ้นราคาก็จะไปอยู่ที่ 1,500 บาท/ตรม. ที่ค่าเฉลี่ย
• ผลกระทบจาก Online กลุ่มสินค้าที่จะโดนก่อนคือ Gadget
• การคิดส่วนแบ่งรายได้ Consignment ถ้าเป็นประเภท Food course หรือรายเล็กจะประมาณ 30% ถ้าเป็นรายใหญ่หน่อยใช้พื้นที่เยอะอย่าง Major หรือ Uniqlo ก็จะเป็นประมาณ 10-15%
• ที่ดินที่จะขึ้นโครงการ Condominium บางโครงการสามารถขึ้นได้มากกว่า 1 เนื่องจากมีที่ดินเหลืออย่างเชียงใหม่
• Condo ส่วนใหญ่ขายหมดภายในประมาณ 3-4 เดือน โดยเน้นจุดเด่นคือความสะดวกสบาย ถ้าความสะดวกของคนกรุงเทพฯคือการติดรถไฟฟ้า ความสะดวกของตจว.คือการอยู่ติดห้าง
• Model ของ CPN ต่อไปนี้จะดูของกลุ่ม SM ฟิลิปปินส์และ Westfield ออสเตรเลียเป็น Idol ซึ่งเป็น Model ของการทำโครงการ Mix-use/Lifestyle center

ที่มา: March Alongkot (ลิงก์)

8/06/2560

สถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ปี 2559


สถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยช่วงมกราคม-สิงหาคม ปี 2559
เป็นจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด 22,412,610 คน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนคือ 20,055,513 คน เติบโต 11.75% และประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากที่สุด 3 อันดับคือ

1. จีน 6,656,221 คน
2. มาเลเซีย 2,282,712 คน
3. เกาหลี 1,000,613 คน

ที่มา: tourism.go.th

ชนชั้นสูงของอเมริกันสมัยใหม่มีการบริโภคที่ไม่ซื้อของอวดฐานะ


ผลสำรวจเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินในระหว่างปี 1994-2014 ของสหรัฐพบว่า

ชนชั้นกลางใช้เงินซื้อสินค้าที่ใช้แสดงออกว่าตนเองมีฐานะดีเหมือนเป็นคนรวย (conspicuous consumption) เช่น แฟชั่น เครื่องประดับ รถยนต์ นาฬิกา เป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมด

ในขณะที่ คนรวยใช้จ่ายเงินซื้อสิ่งของเหล่านี้เป็นสัดส่วนที่น้อยลงมาก คนรวยหนีไปใช้เงินมากขึ้นกับ สินค้าที่แสดงออกว่าตนเป็นผู้รับผิดชอบต่อสังคม เช่น กาแฟ Fair-Trade หรือบริการที่ไม่ได้ใช้เป็นเครื่องแสดงฐานะโดยตรง เช่น การศึกษาของลูก 

ตลอดจนสินค้าเชิงประสบการณ์ เช่น การไปดูโอเปร่า การท่องเที่ยวในดินแดนที่ไกลโพ้น การออกกำลังกายที่ยิมที่แปลกใหม่ ฯลฯ เพื่อให้ลูกหลานของตนได้รับ "ทุนทางวัฒนธรรม" ที่ช่วยส่งเสริมให้ลูกหลานมีโอกาสที่จะยังอยู่ในสังคมระดับบนได้สืบต่อไป

มีแค่พวกฮิปสเตอร์ที่เป็นชนชั้นกลางเพียงกลุ่มเดียวที่ใช้จ่ายเงินคล้ายคลึงกับคนร่ำรวยตามที่กล่าวมา ทั้งที่มีรายได้น้อย

ที่มา: economist / สรุปโดย dekisugibooks

8/02/2560

2 เด้งตัวแรกของพอร์ต



สำหรับหุ้น JMT ผมได้เด้งแรกจากราคาปิดวันที่ 22 ธันวาคม 2559 ปิดที่ราคา 20.50 บาท และหลังจากนั่นไม่นานผ่านมาประมาณ 8 เดือน ก็ได้เด้งที่สองจากราคาปิดวันที่ 2 สิงหา 2560 ปิดที่ราคา 31.00 บาท

7/28/2560

บันทึกพอร์ตหุ้น capital gain 1 ล้านบาท

วันที่ 26/7/2560 : บันทึกพอร์ตหุ้น capital gain 1 ล้านบาท
ถือหุ้น 7 ตัว CPN, CSC, J, JMART, JMART-W2(ได้สิทธิมา), JMT, MC


พูดถึงหุ้นรายตัวที่ถือ :

CPN : หุ้น Big Cap คาดหวังการเติบโตที่ 6-8% ไปเรื่อยๆ ปัจจุบันยังถือเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งอยู่ หากมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านปัจจัยพื้นฐานก็จะไม่ได้เปลี่ยนเร็ว (เช่นคนไม่เดินห้างแล้ว) เรายังพอมีเวลาให้ตัดสินใจ

CSC: หุ้น Defensive หนี้น้อย เก็บกินปันผล พักเงินรอหาหุ้นเติบโตต่อไป

J : หุ้นราคาไม่แพง market cap. 800 ล้านบาท เมื่อเทียบกับทรัพย์สิน และรายได้ แต่ต้องลงทุนมากในช่วงเริ่มต้น แต่โชคดีมีหุ้นแม่ (JMART) คอยสนับสนุน

JMART : กำไรตอนนี้ยังไม่สะท้อนอย่างที่ควรจะเป็นเพราะหุ้นลูก J อยู่ในช่วงลงทุน (ยังขาดทุนอยู่) และธุรกิจลูก J Fintech ก็ยังต้องตั้งสำรองหนี้สูญถึง 150 ล้านบาท มีแผนจะเอาเข้าตลาดอีก 2-3 ปี

JMT : หุ้นเติบโต กำไรสูง มีโอกาสที่ธุรกิจจะเติบโตถึงกำไรปีละ 1,000 ล้านบาท

MC: รายได้เติบโตทุกปี ถ้ามีการบริหารต้นทุนที่ดีจะทำให้กำไรสูง หนี้น้อย และปันผลให้กับผู้ถือหุ้นค่อนข้างสูง

7/24/2560

คุณพีรนาถ โชควัฒนา เข้าถือหุ้นใหญ่ J


คุณพีรนาถ โชควัฒนา เข้าถือหุ้นใหญ่ J จากการอัพเดตข้อมูลวันที่ 27/06/2017 ซึ่งก่อนหน้านี้ 17/04/2017 ยังไม่มีรายชื่อติดผู้ถือหุ้นใหญ่เลย คาดว่าราคาที่เซียนหุ้นท่านนี้ถือน่าจะอยู่ในกรอบราคา 2.20 บาท

7/16/2560

สรุป JMT: ใน Money Talk @ SET หัวข้อ “4 หุ้นเด่นครึ่งปีหลัง” วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม 2560

สรุป JMT : ใน Money Talk @ SET หัวข้อ “4 หุ้นเด่นครึ่งปีหลัง” วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม 2560
สำหรับ JMT มีคุณปิยะ พงษ์อัชฌา (กรรมการผู้จัดการ) มาในวันนี้

1. พิธีกรถามว่าในห้องสัมมนานี้มีใครถือหุ้น JMT ไหม ในห้องไม่มีใครยกมือ
2. ใช้ Call Center ในการติดตามหนี้ ตอนนี้ใช้คนอยู่ 2,000 คน
3. หนี้รวมที่ซื้อ 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 100 ชุด ต้นทุนชุดละ 5% ตัดต้นทุนไปแล้ว 40 กว่าชุด เฉลี่ยตอนนี้เก็บหนี้ได้ประมาณชุดละ 20% จากการเริ่มซื้อหนี้ในปี 2540
4. ลูกหนี้คือลูกค้า , ลูกหนี้ไม่ใช่ลูกหนี้
5. ลูกหนี้ที่มีปัญหามีไม่ถึง 2% เราฟ้องลูกหนี้ไม่ถึง 2% , อายุความ 10 ปี
6. ศูนย์ประนอมหนี้มีอยู่ 20 กว่าสาขาทั่วประเทศ
7. Market share 90%
8. จุดแข็งของ JMT คือ การทำธุรกิจมานานและมีการบันทึกบัญชีที่ Projection 10 ปี ในขณะที่รายอื่นอาจจะมีประสบการณ์ 3-5 ปี ก็ต้องบันทึกบัญชีตามนั่น ทำให้มาร์จิ้นต่ำกว่า
9. ไตรมาสแรกเติบโตกว่า 40% และไตรมาสสองก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง และจะเห็นตัวเลขสูงสุดที่ JMT ทำธุรกิจมา
10. พึ่งซื้อหนี้จากธนาคารต่างชาติมา 6,500 ล้านบาทใน Q4.2559 ซื้อมา 300 กว่าล้านบาท ถึงตอนนี้เดือนกรกฎาคมมียอด Cash Collection แล้ว 200 กว่าล้านบาท
11. จะมีการเปิดศูนย์สินเชื่อใน Q4 โดย JMT เป็นเจ้าภาพ เราจะให้บริการสำหรับสถาบันหรือสินเชื่อที่ไม่อยากมีทีมตรวจสอบเครดิต
12. พึ่งจดทะเบียนบริษัทที่กัมพูชา เบื้องต้นจะรับตามหนี้ได้ในเดือนหน้า
13. คุณปิยะ ไปหาลูกค้ารายแรกที่กัมพูชาเองด้วย

ปล. สรุปเฉพาะ Keyword ตัดในส่วนของการอธิบายธุรกิจออก

ดูเต็มๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/MoneyTalkTV/videos/1521947997876013/

3/19/2560

สรุปบันทึกตลาดหุ้นเวียดนาม 10 ปีย้อนหลัง


ตลาดหุ้นเวียดนาม 10 ปีย้อนหลัง (ลิงก์)

  • เวียดนามมี 2 ตลาดหลักคือ Ho Chi Minh Stock Exchange (HOSE) ก่อตั้งปี คศ. 2000 และ Hanoi Stock Exchange (HSX) ก่อตั้งเมื่อปี คศ. 2005 
  • เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,171 จุด ในเดือนมีนาคม 2007 ฟองสบู่แตกในปลายปี 2007 ดัชนีลดลงจนถึงจุดต่ำสุดประมาณ 200 จุดในปี 2009 นี่คือฟองสบู่ครั้งแรกของตลาดหุ้นเวียดนาม
  • ปัจจุบันดัชนีอยู่ที่ 710.54 จุด ในวันที่ 19 มีนาคม 2017
  • ข้อมูลเพิ่มเติมจาก ดร.นิเวศน์ เขียนบทความ ลงทุนหุ้นเวียดนาม

2/27/2560

JMART : Opp day Feb 27, 2017

คุณอดิศักดิ์เปิดด้วยการพูดถึงการปรับโครงสร้างใหม่ของ JMART และการขยายจะไม่หยุดแค่นี้

JMART Group
  • ปี 2016 เจมาร์ททำผลงานได้ดีที่สุดทั้งรายได้ และกำไร
  • ปี 2016 เจอมาร์ทขายมือถือไป 1,200,000 เครื่อง ยอดขาย Samsung, Huawei, Oppo และ Vivo เราขายได้เป็นที่ 1 ตัวเลขนี้มาจาก Supplier (แบรนด์จีนให้มาร์จิ้นสูงสุด สูงกว่า Samsung และ Apple)
  • ปี 2016 เราขาย Apple ได้โตขึ้น 38% เราต้องการเป็นที่ 1 ในส่วนของ Apple ด้วย ภายในปี 2019 
  • Huawei โต 106%, Oppo โต 36%, Vivo โต 31% และ Samsung โต 5%
  • ปี 2017 ช่วงนี้ลงทุนมา 2-3 ปี แต่ปีนี้จะได้ yield เต็มๆ
  • จะมีผู้บริหารมือ 1 มาดูแล Jventures (บริษัทด้าน Fintech Startup)
  • ในส่วนของพม่าตอนนี้ยังเจอปัญหาอยู่ แต่ก็ต้อง invent เพื่อรอการปรับเปลี่ยนกฎหมายเกี่ยวกับ Retail
  • ปี 2016 เจมาร์ทกรุ๊ปรายได้ 11,205 ล้านบาท (เป็นปีแรกที่รายได้เกิน 1 หมื่นล้านบาท) และกำไร 438 ล้านบาท เติบโต 36% yoy ,ปี 2017 ตั้งเป้าโต 30%
  • เงินลงทุนในกลุ่มเจมาร์ทปี 2015 = 2,430 ลบ., ปี 2016 = 5,140 ลบ., ปี 2017 = 7,655 ลบ.
  • J Fintech ปล่อย Loan ไป 2,365 ล้านบาทในปี 2016 เริ่มมีการรับรู้รายได้จากดอกเบี้ย 30 กว่าล้านต่อเดือน และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 
  • ได้คุณทาโร่ดูแล J Ventures ในส่วนนี้จะมี Application ให้ปล่อยกู้ได้บน Mobile ในปีนี้
  • ทิศทาง J Ventures ปี 2017 ก้าวแรก J Fintech Loan, ปี 2018 ก้าวสอง J Wallet , ปี 2019 ก้าวสาม J Currency
  • ฐานข้อมูลลูกค้า J Fintech 100,000 ราย, Singer 800,000 ราย, JMART 1,000,000 ราย และ JMT 3,000,000 ราย
  • คาดหวังว่า J Fintech จะมีกำไรในปี 2017 (ปี 2016 ขาดทุนทำให้เจมาร์ทต้องตั้งสำรองหนี้สูญ 150 ล้านบาท)
JAS Asset
  • JAS Asset ในส่วนของ IT junction ทำแบรนด์ดิ้งมากขึ้นและมีการตลาดแจกมอเตอร์ไซต์ทุกเดือน ปีนี้กลางปีมีแจกรถยนต์ทำให้ลูกตู้ทำมาค้าขายได้มากขึ้น BigC คู้ค้าก็แฮปปี้มากขึ้น
  • IT junction มี 52 สาขา เป้าคือเพิ่มปีละ 8 สาขา มีพื้นที่เช่า 11,738 ตรม. ค่าเช่าลดลงเหลือ 2,370 บาท/ตรม. (จากปีก่อน 3,181 บาท/ตรม.) มีร้านตู้ 1,581 ร้าน 
  • JAS Urban OCC 100%, Wanghin OCC 95%, Ramintra OCC 95%
  • Ramintra ปีนี้จะ Renovate เอา Urban Foodville และส่วนสนุก Totem มาใส่ (ก็เป็นแบรนด์ของ J หมดนั่นละ)
  • รายได้ 562 ล้านบาท เติบโต 4.3% ปีนี้จะรับรู้รายได้ JAS Urban เต็มปี
  • D/E 1.7 เท่า
  • NEWERA คือแบรนด์คอนโดใหม่ ซื้อที่ดินไว้แล้ว กลางปีจะเปิดคอนโดแรก ที่เอกมัย-รามอินทรา

JMT

คุณปิยะขอบคุณนักลงทุนที่ให้คำแนะนำ ทำให้ตัวผมเองนำไปปรับจนมีตัวเลขที่เติบโตขึ้น (เป็นการเปิดคำพูดได้น่านับถือมากครับ)

  • Position ตอนนี้ก็ยังเป็นผู้เดียวที่ซื้อหนี้มาบริหาร และมา Port Size ที่ใหญ่ที่สุด
  • ปัจจุบัน Port Size ขนาด 100,000 ล้านบาท และปีนี้จะซื้อเพิ่มอีก 30,000 ล้านบาท และจากนี้ไปอีก 3 ปีจะโตเท่าตัว
  • ปีที่ผ่านมา 2016 เป็นปีที่ดีที่สุดของ JMT
  • ลูกค้าตอนนี้เปลี่ยนพฤติกรรมเป็นขายหนี้แทนมาจ้างเราติดตามหนี้ และลูกค้ารายหนึ่งก็คือ Singer ที่เราเข้าไปติดตามหนี้
  • สัดส่วนของหนี้ Personal load เติบโตขึ้นชัดเจน รองมารถยนตร์ตัวเลขทรงๆ และรถมอไซต์ลดลงเล็กน้อยเพราะ yield น้อยกว่า 2 แบบแรก
  • ปี 2016 สัดส่วนซื้อหนี้ JAM 10,304 ล้านบาทเป็นหนี้ที่มี legal (เช่น สินเชื่อบ้าน) และ JMT 9,296 ล้านบาท เป็นหนี้ non legal
  • สัดส่วนประเภทหนี้แยกเป็น Personal loan ซื้อหนี้มา 14,708 ล้านบาท และ Hire Purchase (คือหนี้ประเภทอื่นที่ไม่ใช่ PL) ซื้อหนี้มา 4,892 ล้านบาท 
  • การลงทุนในช่วงแรกปี 2006-2010 เราเก็บหนี้ได้เฉลี่ย 300% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ปี 2011-2016 ช่วงนี้เริ่มซื้อพอร์ตรถยนต์เข้ามา ,,โดยรวมแล้วเก็บหนี้ได้เฉลี่ย 82% จากเงินลงทุน 5,360 ล้านบาท
  • พอร์ตกองหนี้ตอนนี้รวม 100 กองพอดี เหลือที่ยังรับรู้รายได้อยู่ 64 กอง
  • หนี้ 100 กองมีมูลค่า 108,283 ล้านบาท เหลือมูลค่าที่ยังรับรู้ได้รายอยู่ 94,719 ล้านบาท
  • รายได้รวมโต 47.9% ถ้าไม่รวม J Fintech ก็จะเติบโตประมาณ 20% ปลายๆ
  • โครงสร้างรายได้ Debt Acquisition (ซื้อหนี้) 69%, Loan 18%, Debt collection (จ้างตามหนี้) 13%
  • GP ในไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ที่ 63% และอาจไปถึง 68% ในปีนี้ 
  • SG&A (ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร) ถ้าไม่มี J Fintech ของ JMT จะอยู่ที่ประมาณไตรมาสละ 55-60 ล้านบาท
  • ภาพกำไร Net Profit ที่ไม่มี J Fintech ตั้งแต่ Q1-Q4 ภาพจะไต่มาแบบนี้คือ 50, 60, 70, 80 ล้านบาท
  • D/E 0.96 เท่า
  • โอกาสทางธุรกิจสนในที่กัมพูชา เพราะมี NPL สูง ที่นี่ลิสซิ่งจะเติบโตไวกว่า PL แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่มีคือ know how ในการตามหนี้มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป 
  • ทุนจดทะเบียนที่ประเทศกัมพูชา 30 ล้านบาท เราไปเป็นเจ้าแรก พันธมิตรการค้าที่เราคุยคือ GL กับ Aeon
  • เป้าหมายต่อไปมี 2 ที่คือที่ลาวกับเวียดนาม 
  • อีกธุรกิจที่จะทำให้เราเติบโตได้คือ JAY Insurance Broker ที่มีรายได้อยู่ 6 ล้าน แต่ปีนี้จะมีรายได้ 40 ล้าน ซึ่งกลยุทธ์คือจะไป M&A และมีเป้าหมายคือ InsureTech
   ____________________________________________________________________
Q&A 

JMART Group
  • D/E ตอนนี้ 2.22 เท่า ถ้าเป็นหนี้ที่มีดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 2 เท่า
  • ตอนนี้เรามีการจัดสรรในส่วนของ Warrant (อายุ 2 ปี ราคาใช้สิทธิ 15 บาท) ถ้านักลงทุนใช้สิทธิทั้งหมดเราก็จะได้เงินมาประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท
  • คนที่ได้ Stock dividend จะได้ Warrant ด้วย
  • J Wallet ได้รายได้จาก 1. Fee 2.ท่อเข้าได้ดอกเบี้ย 3.ท่อออกได้มาร์จิ้นจากการขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม
  • Jmart Mobile ยังเติบโตอยู่และ Singer จะเป็นผู้เล่นที่ขายมือถือได้มากที่สุด จากประสบการณ์ของคุณอดิศักดิ์ (ไม่นับ operator) เพราะ Singer ขายทั้งเงินสดและเงินผ่อน
  • การขายมือถือของ Singer เป็นลักษณะฝากขาย โดยที่ Jmart Mobile ส่งของไปให้ถึงเทอมก็จ่ายเงินให้ในส่วนที่ขายได้ ส่วนที่เหลือก็ส่งคืนกลับมา แล้วเอาล็อตใหม่ไป ซึ่งมาร์จิ้นที่ทาง Jmart Mobile จะได้รับอยู่ที่ประมาณ 3-7%
  • J Fintech ปีนี้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 3,500 ล้านบาท ดอกเบี้ย 24% 
  • ธุรกิจกล้องถ่ายรูปมุ่งมั่นจะเป็นเบอร์ 1 ใน 3 ปี 
  • ปี 2559 ในส่วนของกล้องมียอดขาย 120 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้า 800 ล้านบาท เปิดสาขากล้อง 10 สาขา
  • มีการทำดีลกับแบรนด์จีนน้องใหม่ที่นำเข้ามาจำหน่ายที่ Jmart ที่เดียว

JMT
  • Cash Collection Target ปี 2017 อยู่ที่ 1,250 ล้านบาท base on กองหนี้เดิมและใหม่ที่จะซื้อในปีนี้ด้วย โดยกองหนี้ใหม่ใน Q1 จะเข้ามา 7,000 ล้านบาท , Q2 อีก 7,000 ล้านบาท , Q3 10,000 ล้านบาท และที่เหลือจะเข้า Q4 (เป้าทั้งปีซื้อหนี้ 30,000++ ล้านบาท)
  • ตอนนี้มีคนอยู่ 1,600 คน จะขยายไป 1,800 คน สำหรับคนตามเก็บหนี้ แต่เราจะมีเครื่องมือสำหรับช่วยด้วย
  • 95% ของลูกค้าเราได้เป็นเงินเดือน และที่เราสำรวจลูกค้ามารายได้ไม่เพิ่ม แต่ผอกพูนหนี้เยอะขึ้น เราจึงต้องเป็นที่ปรึกษาทางการเงินด้วย ซึ่งส่วนนี้ยังต้องใช้คนอยู่
  • J Fintech ปล่อยกู้ถ้าตามเก็บหนี้ไม่ได้ เป็นหนี้เสียก็ขายให้ JMT ราคาซื้อหนี้ตามพื้นฐานสถาบันการเงินทั่วไป
  • พระเอกของปีนี้คือ PL 60% และตัวรองลงมาคือหนี้รถยนต์ 40% ส่วนหนี้มอเตอร์ไซค์มีแต่น้อยมากเพราะ yield น้อย
  • มี M&A ธุรกิจ Call Center กับประกัน อยู่ในขั้นตอน FA ทำ Deal ส่วนจะเมื่อไหร่จะประกาศทาง SET ให้ทราบอีกที

J 
  • งบลงทุนปีนี้ใช้ 1,400-1,500 ล้านบาท หลักๆ มาจาก Urban สาขาใหม่ และคอนโด
  • คอนโดแห่งแรกเป็นคอนโด Low rise มี 185 ห้อง ใช้เงินลงทุนไม่เกิน 500 ล้านบาท ส่งมอบประมาณต้นปี 2018
Singer
  • ผลิตภัณฑ์ Car for Cash เป็นของ Singer ไม่ใช่ของ J Fintech
  • Singer ปล่อยสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือปล่อยให้ dealer ในส่วนนี้จะได้รายได้จากดอกเบี้ย และอีกส่วนคือขายเองได้ในส่วนของมาร์จิ้นและดอกเบี้ย มีแผนไปคุยกับยี่ห้อมอเตอร์ไซค์แล้ว
  • จำนำรถเป้าหมายสินเชื่อปีนี้ ปรับจาก 700 เป็น 1,500 ล้านบาท 
  • ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ในการขายสินค้าที่ 3,500 ล้านบาท (ไม่รวมรถเติมเงินเพราะเป็น service)
  • ปีนี้จะมี 200 สาขา 600 หัวหน้าหน่วย 20,000 คนขาย (เดิม 177 สาขา 350 หัวหน้าหน่วย) ทั้งหมดนี้จะถูกจัการด้วยแอพพลิเคชั่น Singer Direct 
  • เป้าหมายยอดขายต่อ 1 คนขาย 100,000 บาทต่อเดือน ถ้าไม่มียอดขายติดต่อกัน 3 เดือนจะถูก screen ออก

2/19/2560

ความก้าวหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้า ณ วันที่ 31 มกราคม 2560


  • โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางแค และ บางซื่อ-ท่าพระ แล้วเสร็จ 89.16% กำหนดเปิดให้บริการปี 2562
  • โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม แบริ่ง-สมุทรปราการ แล้วเสร็จ 100% กำหนดเปิดให้บริการปี 2561 (เริ่มงานระบบรถไฟฟ้า ณ สถานีสำโรง)
  • โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว แล้วเสร็จ 21.75% 
ข้อมูลจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

1/14/2560

ภาพรวม และส่วนแบ่งการตลาดรถมอเตอร์ไซค์ในประเทศไทย

ภาพยอดขายรถจักรยานยนต์ในไทยปี 2008-2016 
ข้อมูลจากบริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) (ที่มา)


ส่วนแบ่งการตลาดรถจักรยานยนต์เดือนม.ค.-พ.ย. ปี 2015 (ที่มา)

สรุปยอดขายรถจักรยานยนต์ตั้งแต่เดือนม.ค.-พ.ย. ปี 2015
อันดับ 1 คือ Honda ขายได้ 1,246,577 คัน
อันดับ 2 คือ Yamaha ขายได้ 190,768 คัน
อันดับ 3 คือ Suzuki ขายได้ 27,690 คัน
*รถจักรยานยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Honda MSX125 ราคา 71,900 บาท

ภาพรถจักรยานยนต์ Honda MSX125 ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุด


ภาพอุตสาหกรรมรถในไทยปี 2015 การผลิต, ขายในประเทศ และการส่งออก (ที่มา)

แถมข้อมูล: ประชากรกัมพูชา 15.5 ล้านคน ตลาดรถจักรยานยนต์ประมาณ 300,000-400,000 คันต่อปี 

1/08/2560

บันทึกการลงทุนใน LTF และเตรียมเปลี่ยนเป็น RMF



  1. เริ่มลงทุนกองทุน LTF แรกคือ BLTF75 (กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว 75/25) ในวันที่ 27 ธันวา 2555 เป็นกองทุนที่ไม่มีปันผล
  2. จากนั้นปีต่อมาเริ่มซื้อกองทุน KFLTFDIV (กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผล) ด้วย เพื่อศึกษาควบคู่กันไป เนื่องจากเป็นกองทุนที่มีปันผลให้ปีละครั้ง 
  3. จากรูปจะเห็นว่าผลการลงทุนกองทุนที่ไม่ปันผล BLTF75 นั่นมีกำไรค่อนข้างดีที่ 20.70% ในขณะที่กองทุนปันผล KFLTFDIV ขาดทุนอยู่ที่ -5.43% แต่ถ้าหักจากได้ปันผลมาแล้วก็ยังกำไรอยู่ที่ 1.07% แต่ผลตอบเทนก็ถือว่าไม่ดี โชคดีที่กองทุนเหล่านี้มีต้นทุนในเรื่องการหักภาษีรายได้มาช่วยด้วย เพราะฉะนั่นสำหรับคนที่เสียภาษีควรซื้อกองทุน LTF/RMF นะครับ 
  4. คำแนะนำถ้าต้องการซื้อ LTF จริงๆ ให้หากองทุนที่ไม่ปันผลจะดีกว่ากองทุนจะได้เอากำไรไปลงทุนต่อไม่ใช่ปันผลออกมา และการปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย 10% 
  5. สำหรับผมจากการลงทุน LTF มาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งถือจนครบ 5 ปีปฎิทินสามารถขายได้แล้ว แต่ก็คิดว่าควรลงทุนต่อ (กฏหมายใหม่ LTF ต้องถือ 7 ปีปฏิทินเริ่มปี 2559) ผมจึงเริ่มหันมาสนใจ RMF เพราะเราต้องการถือยาวอยู่แล้ว และ RMF นั่นก็มีข้อดีในเรื่องความหลากหลายของกองทุนที่ให้เราลงทุน เราสามารถสับเปลี่ยนไปลงทุนกองทุนตราสารหนี้ได้ในกรณีที่หุ้นเกิดวิกฤต ซึ่งต้องศึกษาต่อไปว่ามีความน่าสนใจอะไรบ้าง แล้วจะมาเล่าให้ฟังครับ  
ข้อมูล LTF Port วันที่ 6 มกรา 2560 

1/02/2560

1 เด้งตัวที่สองจาก JMT


หุ้นตัวแรกที่ได้ 1 เด้งคือ JMART เมื่อเดือนพฤษภาปี 2556 และตัวที่สองเป็นหุ้น JMT ซึ่งก็เป็นหุ้นลูกของ JMART นั่นเอง กว่าจะได้ตัวที่สองใช้เวลา 3 ปีกว่า วันที่ได้ 1 เด้งวันแรกของหุ้นตัวนี้เป็นราคาปิดวันที่ 22 ธันวาคม 2559 ปิดที่ราคา 20.50 บาท

12/17/2559

CPN : ประเมินโดยวิธี “Income method, DCF Technique”

CPN : ประเมินโดยวิธี “Income method, DCF Technique” มูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (รวมสิทธิการเช่าบางส่วน)
  • ปี 2559 : 167,688 ล้านบาท 
  • ปี 2558 : 157,100 ล้านบาท
  • ปี 2557 : 127,664 ล้านบาท
  • ปี 2556 : 115,803 ล้านบาท
ที่มา: หมายเหตุประกอบงบการเงินของบริษัท CPN


3 ปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 2000 โดย ดร.นิเวศน์


3 ปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 2000 โดย ดร.นิเวศน์

1. กำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัทจดทะเบียนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 6.7% แต่ดัชนีหุ้นขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.87%
2. PE ปรับตัวขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ PE จะประมาณ 10x แต่ตอนนี้ตั้งแต่ปี 2010 อยู่ที่ 18-19x ตอนนี้ราคาหุ้นขึ้นมาเกินพื้นฐาน
3. ที่เป็นอย่างนี้เพราะ คนไทยมีรายได้มากขึ้น เนื่องจากสมัยก่อนคนไทยมีลูกเยอะต้องใช้เงิน แต่สมัยนี้ลูกน้อยทำให้มีเงินเก็บ เป็นการเก็บเงินเพื่อการเกษียรซึ่งต้องลงทุน ก็เลยเข้ามาหาเงินในตลาดหุ้น
#ตอนนี้หุ้นเราแพงที่สุดในประวัติศาสตร์
#คนยินดีที่จะลงทุนในหุ้นทั้งที่หุ้นแพงเพราะฝากเงินไม่ได้ดอกเบี้ย
ข้อมูลโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

11/13/2559

ความก้าวหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้า ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2559


  • โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางแค และ บางซื่อ-ท่าพระ แล้วเสร็จ 85.31% กำหนดเปิดให้บริการปี 2562
  • โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม แบริ่ง-สมุทรปราการ แล้วเสร็จ 99.54% กำหนดเปิดให้บริการปี 2561 (เลื่อนการเปิดให้บริการเร็วขึ้น 2 ปีจากเดิมเปิดปี 2563)
  • โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว แล้วเสร็จ 15.38% 
ข้อมูลจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

อัพเดตจากข่าว Dailynews วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559

  • งานโยธาเสร็จแล้ว100%
  • งานระบบรางคาดว่าเสร็จประมาณวันที่ 20 ธันวาคม 2559
  • คาดว่าจะตรวจรับงานเสร็จสิ้นปลายเดือนมกราคม 2560
  • วันทดสอบเดินรถเป็นวันที่ 1 มีนาคม 2560