หน้าแรก

5/05/2556

JMART ทำความรู้จักกับตลาดมือถือในพม่า

พม่าก่อนเปิดประเทศ
  • ประชากรน้อยกว่า 10% เข้าถึงการใช้งานโทรศัพท์ พม่ามีประชากรประมาณ 60 ล้านคน
  • เป็นตัวเลขที่น่าตกใจไม่น้อย เพราะบังคลาเทศ ประเทศที่มีระดับทางเศรษฐกิจที่ใกล้เคียงกัน กลับพบว่ามีประชาชนกว่า 56% ที่ใช้โทรศัพท์มือถือ
  • เครื่องโทรศัพท์ราคาพอๆ กับเมืองไทย แต่ราคาเบอร์มือถือแพงมาก
  • ราคาเบอร์มือถือ (รายเดือน) นั้นอาจจะพุ่งถึงกว่าแสนบาทเงินไทย อ่านไม่ผิด หนึ่งแสนบาทไทย
  • เบอร์มือถือ (รายเดือน) ที่พม่าก็เหมือนกับอสังหาริมทรัพย์บ้านเรา ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า รัฐบาลออกเบอร์มาให้ประชาชนใช้ 100 เบอร์ จะไม่มีการผลิตเพิ่ม 100 เบอร์นั้นก็เปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ ซื้อขายกันเอง แน่นอนเป็นใครก็โก่งราคา

พม่าหลังเปิดประเทศ
  • ก่อนหน้านี้ ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือในพม่ามีราคาแพงมากประมาณ 2-3 ล้านจ๊าด หรือประมาณ 48,300 - 96,600 บาท แต่ในปี 2554 ราคาซิมการ์ดเริ่มลดลงมา โดยถูกสุดอยู่ที่ประมาณ 200,000 จ๊าด หรือประมาณ 5,700 บาท และคาดว่าในปี 2556 ราคาน่าจะลดลงมาอยู่ที่ต่ำกว่า 10,000 จ๊าด หรือประมาณ 480 บาท ล่าสุดกำลังเตรียมจะลดลงเหลือ 50 บาทในเร็วๆ นี้เพื่อให้คนเข้าถ้งมือถือกันมากขึ้น
  • ปี 2556 พม่าก็ถึงเวลาที่ต้องพัฒนาสระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน บริษัทต่างชาติกว่า 20 บริษัทเข้ายื่นซองประกวดราคาชิงสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ข่ายใหม่ในตลาดผู้บริโภค 60 ล้านคน บริษัท Vodafone, บริษัท China Mobile และกลุ่มทุนที่มีความเชื่อมโยงกับมหาเศรษฐีจอร์จ โซรอส เป็นส่วนหนึ่งในผู้เข้าร่วมประมูลทั้งหมด 22 ราย ที่ต้องการจะเข้ามาลงทุนในภาคส่วนโทรคมนาคมของพม่า หนึ่งในดินแดนที่โทรศัพท์มือถือยังคงไม่ถูกสำรวจแห่งสุดท้ายของโลก
  • บริษัทต่างชาติยักษ์ใหญ่ต่างเข้าแถวรอที่จะเข้าลงทุนทำธุรกิจในประเทศที่อดีตเคยปกครองโดยทหารแห่งนี้ และประชากรน้อยกว่า 10% เข้าถึงการใช้งานโทรศัพท์ ซึ่งรัฐบาลพม่าหวังที่จะกระตุ้นตัวเลขเพิ่มขึ้นให้เป็น 80% ภายในปี 2559
  • สมมุติปัจจุบันมีคนมีมือถือ 10% หรือประมาณ 6 ล้านเครื่อง ถ้าทำได้ตามเป้าที่รัฐบาลพม่าตั้งไว้ จะมีการซื้อมือถือกันทั้งหมดอีก 42 ล้านเครื่อง (70%) ภายใน 4 ปีข้างหน้า

แต่เนื่องจากรายได้ต่อหัวของชาวพม่ายังต่ำอยู่มาก ปี 2555 พม่ามีรายได้ต่อคนต่อเดือนเพียงแค่ 4,650 บาท น้อยที่สุดในอาเซียน ขณะที่ไทยอยู่ที่ 25,128 บาท ดังนั้นราคาเครื่องเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทต่อเครื่องแสดงว่า 42,000,000 x 2,000 = 84,000,000,000 ล้านบาท หรือตกปีละ 21,000 ล้านบาท (4ปี ,ปี 56 - 59) จะเห็นว่าตอนนี้ตลาดมือถือในพม่ายังไม่ใหญ่มากนัก แต่ใน 2-4 ปีข้างหน้านี้จะโตขึ้นอย่างมาก

สมมุติถ้า J&P Thailand มี Market Share 10% ก็จะมียอดขายที่มาจากพม่าโดยประมาณปีละ 2100 ล้านบาท ถ้าคิดที่ เจมาร์ท โฮลดิ้ง ถือหุ้นสัดส่วน 40% รายได้ก็จะตกถึง JMART ที่ 840 ล้านบาทต่อปีในอนาคตถ้าคนพม่าเริ่มมีเงิน และหันมาซื้อ Smartphone กันมากขึ้น ราคาขายต่อเครื่องก็อาจจะสูงขึ้นได้

เพิ่มเติมและแก้ไขจาก siamvi (ลิงก์)