หน้าแรก

5/18/2556

SNC : Opp day May 7, 2013 part 2 Q&A

  • ภาระภาษีที่แท้จริง (effective tax rate) เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเนื่องจากใน Q1 ปีนี้มีการใช้มาตรฐานการบัญชีฉบับใหม่ เพราะฉะนั้นในงบกำไรขาดทุนจะมีปัจจัยเพิ่มขึ้นมาอีก 1 รายการคือ ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred tax)
  • effective tax rate จะอยู่ประมาณ 7% บวกลบ (ไม่เกิน 10)
  • Q2/56 เห็นการชลอตัวของลูกค้าบางรายเหมือนกัน ที่เกิดเนื่องจากยังมีสินค้าสต็อกอยู่ แต่ถ้าถามว่าเทียบกับ Q1/56 เป็นยังไง ผม(สามิตต์ ผลิตกรรม)ก็พยายามลุ้นให้ดีกว่านะครับ
  • ผลกระทบบาทแข็งไม่ได้มีผลกระทบกับ SNC โดยตรงเนื่องจากเราขายด้วยเงินบาทเกือบหมด แต่ถ้าเงินบาทแข็งค่านานจะมีผลกับลูกค้า เนื่องจากถ้าเขามีหลายโรงงานในหลายประเทศ อาจเปลี่ยนการผลิตไปยังประเทศอื่นได้ แต่ที่คุยกับลูกค้าตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไร แต่ก็จะเป็นประโยชน์กับเราในเรื่องการซื้อเครื่องจักร ที่กำลังจะลงทุน
  • SSMA หลักๆ ตั้งมาเพื่องานเหล็กของรถยนต์ ผลการทุนมาจากการยังไม่ได้ order เนื่องจากพึ่งเปิดต้องรอรอบ model ใหม่มองไว้ในปีหน้าสำหรับซูซุกิ และน่าจะถึงจุดคุมทุนใน Q4/56
  • SCAN ขาดทุนเพราะยังไม่มีรายได้ แต่มีค่าใช้จ่ายแล้วจากค่าบุคลากรเป็นหลัก ในปีหน้าคาดว่าจะรับรู้รายได้ประมาณ 300-400 ล้านบาท และเติบโตขึ้นตามลำดับ
  • TopTech ในปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 200 ล้านบาท Q1 ทำได้ 36 ล้านบาท Q2 จะเพิ่มขึ้นและซื้อเครื่องจักรเพิ่ม จะทำให้ Q3, Q4 ทำรายได้เพิ่มขึ้นอีก และคงรักษาอัตรากำไรสุทธิที่ 20%
  • Techno pipe ทำธุรกิจชิ้นส่วนท่อทองแดง จริงๆ แล้ว SNC ทำธุรกิจนี้อยู่แล้วแต่การตั้งบริษัทนี้ขึ้นเพื่อรองรับฐานลูกค้าใหม่ โดยได้เครื่องจักรและรายการสินค้า (inventory) ของคู่ค้ามาในราคาที่ถูกมาก 30 ล้านบาท (คู่ค้าต้องการเลิกกิจการนี้เพราะไม่คุ้มสำหรับเขา)
  • รายได้ในปี 2013 จะโต 10-15% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
  • TopTech จะยังไม่เข้าตลาดหุ้นในปลายปีนี้ เพราะรายได้ยังน้อย (เคยมีข่าวลือ)
  • ลูกค้าหลักของ TopTechอยู่ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วน
  • ปันผลอาจจะไม่สูงเหมือนเดิม เนื่องจากมีการลงทุน
  • SSMA คาดว่าในปีนี้จะมียอดขาย 300 ล้านบาท และในปีหน้า 500 ล้านบาท Q4 ปีนี้จะพยายามพลิกให้ได้จุดคุ้มทุน (break even)
  • เรื่องการซื้อกิจการมีหลายดีล แต่ถ้ายังไม่น่าสนใจก็ยังไม่ซื้อ
  • คอยล์ร้อนมีคนใช้อลูมิเนียมบ้างแล้ว อย่างชาร์ป ซัมซุง แอลจี ส่วนค่ายญี่ปุ่นกำลังศึกษาอยู่ คอยล์เย็นจะเกิดหยดน้ำตลอดจึงยังไม่มีคนใช้เนื่องจากอลูมิเนียมไม่ถูกกับน้ำจะทำปฏิกิริยากัน 
  • โครงการ SCAN ค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าเสื่อมราคา ดอกเบี้ยจ่าย ภาพรวมขาดทุน 35 ล้านบาท และปีต่อไปก็ยังไม่ได้กำไร ต้องใช้เวลา จะเห็นออกดอกออกผลจริงๆ ปี 2558
  • โครงการ SCAN กับ TopTech กำลังยื่น BOI ยังคงเป็นฉบับเดิม เท่าที่ทราบ BOI ฉบับใหม่ยังไม่ได้ประเทศ
  • Q1 รายได้ OEM เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับ Q1 ปีที่แล้ว เนื่องจากปีที่แล้ว Q1 ลูกค้ารายหลักรายหนึ่งเปลี่ยน model แต่ใน Q1 ไม่เสร็จไปเสร็จเอาเดือน 5, 6 แต่สำหรับปีนี้ model ใหม่สตาร์ทเต็มตั้งแต่มกราเลยทำให้ยอดรายได้เพิ่มขึ้น
  • SCAN การลงทุนอยู่ที่ 400 ล้านบาท ค่าเสื่อมสำหรับโรงงานอยู่ที่ 30 ปี เครื่องจักร 10 ปี โดยเฉลี่ยเครื่องจักรลงทุน 300 ล้านบาท 10 ปีก็ค่าเสื่อม 30 ล้านบาท 
  • เงินกู้ที่เห็นอยู่ในงบ 40 ล้านบาทเป็นของบริษัท TopTech ที่ไปร่วมทุนมา และในอนาคตคิดว่าถ้าจะกู้ ก็จะกู้ในประเทศ
  • ปัจจัยเสี่ยงที่เห็นชัดเจน คือ คู่แข่งของลูกค้าออก model ใหม่มาทำให้มีปัญหาในการแข่งขัน ส่วนเรื่องของระยะยาวมากๆ คือในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนความเสี่ยงในเรื่องพนักงานและราคาวัตถุดิบได้แก้ไขไปเรียบร้อยแล้ว 
  • งาน OEM ลูกค้าหลักก็ ฟูจิซึ และก็ชาร์ปเป็นลำดับที่ 2 
  • รายได้ของชิ้นส่วนรถยนต์ส่วนใหญ่มาจากในรถบิ๊กอัพ 65-70% ที่เหลือเป็นรถยนต์นั่ง สำหรับลูกค้าใน 4 เดือนที่ผ่านมาในรถบิ๊กอัพเขาตกจากเป้าหมายไป 10-15% แล้ว
  • มีแผนที่จะกู้แบงค์ 400 ล้านบาท น่าจะเสียดอกเบี้ย 6% คืนเงินต้นประมาณ 2-3 ปี
  • ธุรกิจ Freezer (สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร) ตัวเล็กราคา 1 ล้านบาท ตัวใหญ่ราคา 4 ล้านบาท เราผลิตได้ 20-30 เครื่องต่อปี
  • ตอนนี้ยังไม่มีโครงการที่จะไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน
  • Cash Cycle มาจาก ลูกค้า(เครดิตเทอม 35วัน), เจ้าหนี้(เครดิตเทอม 60 90 120วัน), สินค้า การรับก่อนจ่ายที่หลังทำให้ Cash Cycle ติดลบ
  • โครงการพัฒนาเครื่องปรับอากาศร่วมกับลูกค้า จะเห็นชัดเจนช่วงปลายปีนี้ 
  • โครงการ Employee Joint Investment Program : EJIP พนักงานเข้าร่วมได้เมื่อทำงานครบ 3 ปี โดยการซื้อหุ้นนั้นพลักงานออกครึ่งหนึ่ง บริษัทออกให้ครึ่งหนึ่ง เมื่อครบปีพนักงานสามารถขายได้